การเปิดตัว Black Bay 58 ของ Tudor ในงาน Watches and Wonders 2025 ไม่ได้เป็นแค่นาฬิกาใหม่อีกรุ่นในตลาดเท่านั้น แต่ยังถือเป็นครั้งแรกที่นาฬิการุ่นนี้มีความเปลี่ยนแปลงจากรุ่นปกติหลายอย่างด้วยกัน ทั้งการนำสีหน้าปัดแบบ Burgandy ที่เคยอยู่ในนาฬิกาต้นแบบที่ไม่เคยถูกผลิตมาใช้ มี 3 ทางเลือกของสาย แต่ในรุ่นสายสเตนเลสถือเป็นครั้งแรกที่มากับสายลาย 3-Link และขับเคลื่อนด้วยกลไกใหม่แบบ Master Chronomter ในรหัส MT5400-U
Tudor Black Bay 58 หน้าปัดใหม่สี Burgandy Red พร้อมกลไก METAS
-
การนำสีหน้าปัดแบบ Burgandy ที่เคยอยู่ในนาฬิกาต้นแบบที่ไม่เคยถูกผลิตมาอยู่ใน Black Bay 58
-
มี 3 ทางเลือกของสาย แต่ในรุ่นสายสเตนเลสถือเป็นครั้งแรกที่มากับสายลาย 3-Link
-
ขับเคลื่อนด้วยกลไกใหม่แบบ Master Chronomter ในรหัส MT5400-U
เรียกว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นความสดใสผ่านทางเรือนเวลาของ Tudor อย่าง Black Bay 58 เมื่อทางแบรนด์ได้เปิดตัวทางเลือกใหม่ของหน้าปัดในแบบ Burgandy Red ให้กับเรือนเวลารุ่นนี้ โดยจะมีจำหน่ายพร้อมกันทั้ง 3 รุ่น คือ สายสเตนเลสสตีล 2 แบบ และสายยาง
Black Bay 58 หรือ BB58 เป็นที่รู้จักครั้งแรกเมื่อปี 2018 โดยเป็นการเสริมทางเลือกด้วยความสวยงามและลงตัวที่อ้างอิงกับนาฬิการุ่นคลาสสิคของ Tudor อย่าง Ref.7924 หรือ ทิวดอร์ Oyster Prince Submariner ที่เปิดตัวในปี 1958 ภายใต้ชื่อเล่นที่ถูกเรียกว่า Big Crown เพราะเม็ดมะยมขนาดใหญ่ และเป็นนาฬิกาดำน้ำที่ไม่มี Crown Guard ในการปกป้องเม็ดมะยม พร้อมความสามารถในการกันน้ำระดับ 200 เมตร โดยรุ่นแรกของ Black Bay 58 มากับหน้าปัดสี Navy Blue ก่อนที่ Tudor จะเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ Tudor Black Bay 58 รุ่นใหม่นี้มีอยู่ 3 อย่างที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้คือ หน้าปัดทรงโดมสี Burgandy Red แบบซันเรย์ที่เล่นแสงอย่างสวยงาม และสอดรับกับอินเสิร์ตที่อยู่บนขอบตัวเรือนที่มากับสีเดียวกัน ตรงนี้มีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวในช่วงทศวรรษที่ 1990 ของแบรนด์ เพราะในตอนนั้นทาง Tudor ได้พัฒนานาฬิกาดำน้ำที่ชื่อว่า Submariner ref. 79190 ออกมาพร้อมกับหน้าปัดสี Burgandy แต่สุดท้ายรุ่นที่ผลิตจริงกลับเป็นหน้าปัดสีอื่น ส่วนสี Burgandy ไม่เคยถูกผลิตออกสู่ตลาด
อีกเรื่องคือการเป็นนาฬิการุ่นแรกของคอลเล็กชั่น Tudor Black Bay 58 ที่มากับกลไกซึ่งมีความเที่ยงตรงในระดับ Master Chronometer ซึ่งผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงของทั้ง COSC และ METAS
นั่นหมายความว่า สิ่งที่อยู่ในตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตรที่ผลิตจากสเตนเลสสตีล คือ กลไก MT5400-U (รุ่นทั่วไปที่ผ่านมาตรฐาน Chronometer จะเป็นรหัส MT5400 ในรุ่น 18K และบรอนซ์ และรหัส MT5402 ในรุ่นสตีลและเงิน)
แต่ต้องนี้ก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน นั่นคือ กำลังสำรองที่ลดลงจาก 70 ชั่วโมงในกลไกแบบ Chronometer มาอยู่ 65 ชั่วโมงในรุ่นนี้
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ส่วนเรื่องสุดท้ายคือ การที่เป็นนาฬิการุ่นแรกในเซ็ตนี้ที่มีทางเลือกของสายแบบ 5-Link ที่มีลายคล้ายกับ Jubilee พร้อมบานพับแบบ T-Fit โดย Tudor Black Bay 58 Burgandy Red จะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 รุ่นย่อย คือ
- Ref. M7939A1A0RU-0001 สาย 5-Link ราคา 169,600 บาท
- Ref.M7939A1A0RU-0002 สาย 3-Link ราคา 165,600 บาท
- Ref.M7939A1A0RU-0003 สายรับเบอร์ ราคา 157,600 บาท
![]() |
![]() |
รายละเอียดทางเทคนิค : Tudor Black Bay 58
- เส้นผ่านศูนย์กลาง: 39 มิลลิเมตร
- ความหนา : 11.2 มิลลิเมตร
- ความกว้างขาสาย: 20 มิลลิเมตร
- วัสดุตัวเรือนและสาย: สแตนเลสสตีล
- กระจก: Sapphire แบบทรงโดม
- กลไก: อัตโนมัติรหัส MT5400-U มีความเที่ยงตรงระดับ Master Chronometer
- ความถี่ :28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
- กำลังสำรอง : 65 ชั่วโมง
- การกันน้ำ: 200 เมตร
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline