เผยโฉมนาฬิกาสายสปอร์ตรุ่นล่าสุด ที่ถูกออกแบบให้บางที่สุด เล็กที่สุด และแข็งแรงมากที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา SUUNTO 9 Peak ถูกออกแบบให้มีขนาดที่เพรียวบาง แต่ยังคงความมีเอกลักษณ์ทางด้านดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรูตามสไตล์ NORDIC DESIGN มาพร้อมการอัพเดทระบบผ่านการเชื่อมต่อมือถือ และยังมีแบตเตอรี่ในโหมด GPS สูงสุดที่ 170 ชั่วโมงและตัวเรือนที่เพิ่มเซ็นเซอร์ในการวัด Blood Oxygen จึงเรียกได้ว่านี่คือนาฬิกาสปอร์ตที่ดีที่สุดที่ซุนโต้เคยมีมา
SUUNTO 9 Peak บางที่สุด เล็กที่สุด และแข็งแรงที่สุด
SUUNTO (ซุนโต้) แบรนด์นาฬิกาออกกำลังกายชั้นแนวหน้าของโลกได้เปิดตัวนาฬิกาเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการกับรุ่น Suunto 9 Peak ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Suunto 9 Baro ที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัลจากระดับโลกทั้งด้านดีไซน์และความแข็งแกร่งมาพัฒนาต่อ โดยความโดดเด่นของนาฬิการุ่นนี้คือความเพรียวบางแต่เป็นรุ่นที่มี
ความแข็งแกร่งมากที่สุดที่ซุนโต้เคยมีมา อีกทั้งยังมาพร้อมกับสายรูปแบบใหม่ให้ความรู้สึกแบบไร้รอยต่อ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวนาฬิกา สวมใส่สบาย และยังคงเป็นอีกรุ่นที่ผ่านการทดสอบสุดหฤโหดตามฉบับ Suunto แต่นาฬิกาก็จะยังคงทำงานได้ปกติ เพื่อให้ทุกคนที่ใส่สามารถเดินทางสู่จุดสุดยอดแห่งการผจญภัยอย่างที่คุณฝันไว้ได้ อีกทั้งทางด้านการตรวจวัดสุขภาพ S9 Peak ได้เพิ่มในส่วนของการตรวจค่าออกซิเจนในเลือด(SpO2) ซึ่งเพิ่มเติมจากฟังก์ชั่นที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้วเช่นการวัดการนอนที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น รวมถึงค่าพลังงานระหว่างวันให้คุณได้ติดตามการใช้ชีวิตและกิจกรรมของคุณตลอดทั้งวัน
Suunto 9 Peak ยังเพิ่มฟังก์ชั่น Fast Charge ซึ่งสามารถชาร์จจาก 0-100% ในเวลา 1 ชั่วโมงซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า Suunto 9 Baro ถึง 4 เท่า จากคุณสมบัติทั้งหมดจะเห็นได้ว่านาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างขึ้นให้เหมาะกับทุกสถานะไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวัน การเข้ายิมออกกำลงกายหรือแม้กระทั้งการออกไปผจญภัยบนโลกใบนี้ได้ในแบบที่คุณต้องการ
“ในการออกแบบนาฬิการุ่นนี้เราเริ่มต้นด้วยการประเมินประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ผ่านมาว่าจริงๆแล้วต้องการอะไร แล้วเราก็พบว่าหลายคนยังคงต้องการคุณสมบัติทั้งหมดของรุ่นพี่อย่าง Suunto 9 Baro แต่อยากให้มีรูปแบบที่เล็กกว่าและคล่องตัวกว่า โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพในการใช้งานรวมไปถึงการจัดการแบตเตอรี่ที่สามารถทำได้ดีเช่นเดิม ทีมนักออกแบบและวิศวกรจึงเริ่มออกแบบโดยนำความต้องการของผู้ใช้งานจริงมารวมเข้ากับเทคโนโลยีล่าสุดที่เรามี เพื่อเป็นคำตอบสำหรับความต้องการนี้” Heikki Norta ประธานของ Suunto กล่าว
Suunto 9 Peak มาพร้อมกับฟังก์ชั่นอย่างครบครันสำหรับคอกีฬาต่างๆ เพราะ สามารถรองรับโหมดกีฬาได้มากกว่า 80 ชนิด ทั้งการวิ่ง, การปีนเขา, การปั่นจักรยาน, การเล่นสกี รวมไปถึงการว่ายน้ำ ที่สามารถวัดค่าการออกกำลังกาย ใต้น้ำได้เป็นต้น ประกอบกับโหมด Intelligent Battery ช่วยวางแผนและจัดการแบตเตอรี่ของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนของการ adventure นั้นยังมีอีกหลายๆต่อหลายฟังก์ชั่นที่คอยช่วยเหลือคุณ ทั้งการลงแผนที่ และฟังก์ชั่นที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากทุกการผจญภัยอย่างแน่นอน
การอัพเดทใน Suunto 9 Peak มีอะไรบ้าง :
- ดีไซน์ใหม่โดยใช้แนวการออกแบบ Minimalistic Nordic design ที่เล็กลงกว่า Suunto 9 Baro 37% และ บางกว่าถึง 36%
- สามารถวัดค่าออกซิเจนในเลือดได้ (SpO2)
- ปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติตามแสงที่อยู่ในสภาวะแวดล้อมนั้นๆ
- Fast Charge 100% ใน 1 ชั่วโมง ซึ่งพัฒนาให้เร็วขึ้น 4 เท่า
- สายนาฬิกาแบบใหม่ สามารถเก็บสายที่เหลือโดยการปักหมุดเข้ากับเส้นด้านใน เพิ่มความสวยงามได้อย่างดี
- เพิ่ม watch face ใหม่ สามารถดูผลการออกกำลังกายในแต่ละวันได้ทันที
Suunto 9 Peak จะทำงานร่วมกันผ่าน SUUNTO APP บนโทรศัพท์โดยคุณสามารถวางแผนเส้นทางด้วยฟังก์ชั่น HEAT MAP ซึ่งจะทำให้คุณรู้ถึงจุดน่าสนใจที่คนส่วนใหญ่วิ่งกัน รู้จุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด ฟังก์ชั่นนี้จะมีประโยชน์มากหากคุณไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และคุณยังสามารถสร้างจุดสนใจต่างๆเพื่อแวะพักระหว่างทาง
ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถส่งข้อมูลเข้ามายังนาฬิกาเพื่อดูเส้นทางตอนออกกำลังกายได้ง่ายๆ พร้อมกันนี้ Suunto 9 Peak มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อข้อมูลได้เร็วขึ้นเป็นสองเท่าและอัพเดทนาฬิกาได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านการเชื่อมต่อมือถือ ทำให้การใช้งานสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
“คุณจะรู้ได้ทันทีว่าหากคุณมีอุปกรณ์ที่สามารถไว้วางใจได้ในระหว่างการเดินทางกับไม่มี ชีวิตมันจะแตกต่างกันอย่างไร” Chris Burkard (Professional Photographer, Global Adventurer, and newest member of the Suunto Brand Ambassador Team)
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
Suunto 9 Peak มีทั้งหมด 2 แบบ 4 สี โดยแบ่งแยกตามวัสดุออกเป็น 2 ประเภทคือ Titanium และ Stainless Steel โดยทั้ง 4 สี ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจากสีของธรรมชาติในแถบ Nordic ทั้งสิ้น
Granite Blue Titanium and Birch White Titanium (sapphire glass และ grade 5 titanium)
ราคา 25,900 บาท
All Black and Moss Gray (sapphire glass and stainless steel) ราคา 21,900 บาท
สินค้าวางจำหน่าย วันที่ 17 มิถุนายนนี้ ที่ Suunto Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/