ความพิเศษผ่านช่วงเวลาพิเศษที่บังเอิญมาประจวบเหมาะกันระหว่างการก่อตั้งบริษัท Seiko ครบ 140 ปี และการทำธุรกิจภายใต้ชื่อ Seiko Thailand ครบ 30 ปีจนนำไปสู่การผลิตคอลเล็กชั่นพิเศษเพื่อตลาดเมืองไทยโดยเฉพาะ และประเดิมกับนาฬิกาเรือนแรกนั่นคือ Seiko Prospex SPB247J
Seiko Prospex SPB247J สะท้อนความเป็นไทยอย่างภาคภูมิใจ
-
นาฬิกาเรือนแรกของคอลเล็กชั่น Real Thai Collection ที่นำเอกลักษณ์ของแต่ละภาคมานำเสมอผ่านนาฬิกา
-
SPB247J นำนาฬิการุ่น Sumo มาปรับแต่งเพิ่มความลงตัวและสอดคล้องกับวัฒนธรรมผีตาโขนของภาคอีสาน
-
การผลิตมีเพียง 1,991 เรือน และมีราคาอยู่ที่ 39,800 บาท
2021 ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับ Seiko เพราะนอกจากการฉลองครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้งบริษัทแล้ว ในบ้านเรา ยังถือว่า Seiko Thailand ทำธุรกิจในเมืองไทยครบ 30 ปีอีกด้วย และนั่นได้นำไปสู่การผลิตนาฬิกาสุดพิเศษที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไทยภายใต้ชื่อ Real Thai Collection ออกมา โดยนาฬิการุ่นนี้มีทั้งหมด 5 เรือนจาก 4 ภาค ที่จะทยอยเปิดตัวออกมาตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า โดยที่นาฬิการุ่นแรกที่ถูกเปิดตัวออกมาคือ Seiko Prospex SPB247J หรือที่รู้จักกันในชื่อรุ่นอีสาน โดยนำประเพณีที่ขึ้นชื่อของภาคอย่างผีตาโขนมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสันสีสันที่อยู่บนตัวเรือนของนาฬิการุ่นนี้ที่มีรหัส SPB247J
ผมเชื่อว่ามองแค่หน้าตาก็พอจะทราบกันได้ว่านาฬิกาที่ถูกนำมาดัดแปลงนั้นคือ รุ่นอะไร และต้องบอกว่า Sumo ถือเป็นนาฬิกาที่คนไทยคุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดี และเป็นนาฬิกาในกลุ่ม Prospex รุ่นดั้งเดิมที่เราเห็นกันมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 2000 อีกทั้งยังถือเป็นโมเดลที่ผลิตจากญี่ปุ่นรุ่นแรกๆ ที่ Seiko นำมาเปิดตลาดในเมืองไทยอีกด้วย และผมคิดว่าค่อนข้างสมเหตุสมผลนะครับที่ Seiko เลือกเอา Sumo เป็นนาฬิกาเรือนแรกสำหรับเปิดตัวใน The Real Thai Collection
สำหรับ Sumo รุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่ที่มีการปรับหน้าตาและสเป็กให้ดีขึ้นจากรุ่นดั้งเดิม โดยจะมากับหน้าปัดแบบ Sapphire ชุดเข็มและหน้าปัดแบบใหม่ ที่ขาดไม่ได้คือ กลไกอัตโนมัติที่มีการเปลี่ยนมาเป็น 6R35 ซึ่งมีกำลังสำรองขยับขึ้นมาเป็น 70 ชั่วโมง
มาดูในแง่ความต่างของ Seiko Prospex SPB247J เมื่อเปรียบเทียบกับ Sumo รุ่นปกติกันครับ สิ่งที่คุณจะได้เห็นคือ การใช้สีหลักๆ อย่างแดง ดำ ทอง และขาว ในการตกแต่งรายละเอียดต่างๆ บนตัวเรือนนาฬิกา เช่น สเกลจับเวลาบนขอบตัวเรือน สีสันของเข็มชั่วโมงนาทีและวินาที เช่นเดียวกับหลักชั่วโมงบนหน้าปัดนาฬิกา ซึ่งสีพวกนี้ก็มาจากสีที่เรามักจะพบเห็นจากเครื่องแต่งกายของผีตาโขน ถือว่า Seiko ทำได้ดีในแง่ของการจัดวางสีสันต่างๆ และเลือกใช้สีได้อย่างเหมาะสมกับรายละเอียดที่ใช่ เพราะทำให้ตัวนาฬิกาดูแล้วลงตัวอย่างมาก
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมบอกเลยว่าชอบมากคือ ความใส่ใจของ Seiko กับดีเทลไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ในนาฬิกาแต่ละคอลเล็กชั่น อย่างรุ่นนี้ เราจะเห็นพื้นหน้าปัดกับลวดลายที่แปลกตา
นั่นเป็นเพราะแพทเทิร์นหน้าปัดแบบพิเศษที่มีเส้นสายเหมือนลวดลายของงานหัตถกรรมเครื่องจักรสานที่เป็นงานฝีมือของชาวอีสาน และตัวเครื่องแต่งกายของผีตาโขนเองก็มี หวด หรือภาชนะจักรสานสำหรับใช้ในการนึ่งข้าวเหนียวมาเป็นส่วนประกอบด้วยและเมื่อพลิกด้านหลังจะพบกับการยิงเลเซอร์บนฝาหลังที่เป็นลวดลายของผีตาโขน พร้อมกับหมายเลขของเรือนที่ผลิตจากจำนวนการผลิตทั้งหมด 1,991 ปี ซึ่งเป็นจำนวนตามปีของการทำธุรกิจของ Seiko ในประเทศไทย
ขณะที่กลไกของนาฬิการุ่นนี้คือ 6R35 นั้นถือว่าลงตัวและเป็นการขยายขีดความสามารถของกลไกเดิมซึ่งก็คือ 6R15 ไปได้เกือบเท่าตัวในแง่ของกำลังสำรอง และนั่นทำให้มีตัวเลขอยู่ที่ 70 ชั่วโมง และมีฟังก์ชั่นครบ ทั้งการแสดงวันที่ การขึ้นลานมือ และการแฮ็คเข็มวินาทีเพื่อปรับตั้งเวลาให้มีความเที่ยงตรงในส่วนวินาที
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
สิ่งหนึ่งที่ผมชอบและนึกชม Seiko อยู่ในใจเสมอคือ ในเมื่อเป็น Limited Edition แล้วก็ควรจะไปให้สุดทั้งหมด ไม่ใช่นาฬิกาเด่น แต่กล่องเป็นแบบมาตรฐานที่พบเห็นทั่วไป และนี่คือ ความประทับใจที่ 2 ที่มีให้กับนาฬิกาเรือนนี้กับชุดกล่องที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ
Seiko Prospex SPB247J มากับกล่องกำมะหยี่ที่มีการออกแบบลวดลายให้ดูเข้ากับนาฬิกา โดยเฉพาะลวดลายที่อยู่บนกล่อง ซึ่งเป็นการรับเอาแรงบันดาลใจมาจากลายผ้าทอในภาคอีสานพร้อมสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ 30 ปี และเมื่อเปิดออกมาก็จะเจอสัญลักษณ์ผีตาโขนที่เดินด้วยเส้นสีทอง และสายสำรอง ซึ่งเป็นสายยางอีก 1 เส้น ซึ่งตัวสายรุ่นใหม่ๆ ของ Seiko ต้องบอกว่าทำได้ดีขึ้นเยอะในแง่ของการใช้วัสดุที่เป็นส่วนผสม ทำให้สายนิ่มแต่ไม่ย้วย และที่สำคัญมีแนวโน้มว่าจะไม่แข็งหรือกรอบจนหักคามือเหมือนกับสายรุ่นเก่าๆ
สารภาพตามตรงว่าผมกับ Sumo เป็นนาฬิกาที่แอบชอบกันมานาน และส่วนตัวผมถือว่าเป็นนาฬิกาที่คุ้มค่าระหว่างสเป็กกับราคาที่ได้มา เพียงแต่นาฬิการุ่นนี้มักจะอยู่กับผมได้ไม่นาน อาจจะเพราะด้วยความเรียบง่ายไป ตัวเรือนที่กว้างและยาว ขาสายยาวและมีขนาดค่อนข้างแคบเพียง 20 มิลลิเมตร แต่กลับไม่ค่อยมีความหนานั้น ทำให้บางครั้งค่อนข้างยากในการสวมใส่สำหรับบางคนที่ข้อมือเล็ก หรือพวกที่ชอบนาฬิกาดำน้ำที่มีตัวเรือนหนาๆ อย่างตัวผมเอง
แต่กับแพ็คเกจที่ได้รับและภาพรวมของตัวนาฬิกาอย่าง Seiko SPB247J หรือรุ่นแรกของ Real Thai Collection ที่เห็นอยู่นี้ ผมว่าน่าจะทำให้ตัวเองต้องหันมามองและเปลี่ยนความคิดกันใหม่สักหน่อยแล้ว เพราะถือเป็นนาฬิกา Limited Edition เรือนแรกของ Sumo ใหม่ที่ผมคิดว่าทำได้ดีและลงตัวมาก
ส่วนราคา 39,800 บาทของ SPB247J ถือว่าเพิ่มขึ้นจากรุ่นมาตรฐานในระดับ 6-7 พันนั้น ถามว่าเยอะไหม ก็เอาเรื่องเหมือนกัน แต่สุดท้ายเรามามองกับสิ่งที่ได้มาและความแตกต่างจากรุ่นพื้นฐานที่เยอะมากไล่ตั้งแต่ตัวนาฬิกาไปจนถึงแพ็คเกจนั้น ผมคงต้องบอกว่า เป็นการจ่ายเพิ่มที่คุ้มค่า และยิ่งคุ้มค่ามากเมื่อพบว่านาฬิกาเรือนนี้ผลิตออกมาเพื่อช่วงเวลาพิเศษของ Seiko ในประเทศไทย…เท่านี้ผมว่าน่าจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วครับ
ข้อมูลทางเทคนิค : Seiko Prospex SPB247J
- เส้นผ่านศูนย์กลาง : 45 มิลลิเมตร
- Lug to Lug : 52.6 มิลลิเมตร
- ความหนา : 12.9 มิลลิเมตร
- วัสดุตัวเรือน : สเตนเลสสตีล
- กระจก : กระจกแซฟไฟร์
- กลไก : 6R35 อัตโนมัติ สามารถขึ้นลานได้ด้วยมือ
- ความเที่ยงตรง : +45 -35 วินาทีต่อวัน
- กำลังสำรอง : 70 ชั่วโมง
- การกันน้ำ : 200 เมตร
- จำนวนผลิต : 1,991 เรือน
- ราคา : 39,800 บาท
- ประทับใจ : คอนเซ็ปต์ของการทำ Limited Edition, แพ็คเกจโดยรวมของตัวนาฬิกา, สีสันและการสร้างสรรค์ให้แตกต่างจากรุ่นปกติ
- ไม่ประทับใจ : ไม่มี
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/