Panerai Jupiterium นาฬิกาแห่งจักรวาล

0

Panerai เผยโฉม Jupiterium นาฬิกาแห่งจักรวาล ผสานเทคโนโลยีชั้นสูงและนวัตกรรมล้ำสมัย ที่งาน Watches and Wonders Geneva 2025 กับนาฬิกาตั้งโต๊ะที่มีน้ำหนัก 110 กิโลกรัม พร้อมนวัตกรรมแห่งจักรกลของเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่เชื่อมโยงโลกเข้ากับเรื่องของดาราศาสตร์

Panerai Jupiterium
Panerai Jupiterium

Panerai Jupiterium นาฬิกาแห่งจักรวาล

  • นาฬิกาตั้งโต๊ะที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องอัจฉริยภาพของ Galileo Galilei

  • ตัวเรือนมีความกว้าง 75 ซม. สูง 86 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 110 กก.

  • กลไกแบบไขลานมาพร้อมกับฟังก์ชั่น perpetual Calendar การแสดงเวลาที่ 2 และแสดงการโคจรของวัตถุท้องฟ้ารอบโลก

- Advertisement -

เมื่ออัจฉริยภาพของ Galileo Galilei (กาลิเลโอ กาลิเลอี) มาผนวกเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์เรือนเวลาของ Panerai Jupiterium (พาเนราย จูปิเตอร์เรียม) นาฬิกาจักรวาลที่มีความซับซ้อนเชิงกลขั้นสูงก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในโลกแห่งดาราศาสตร์อันน่าหลงใหล เพื่อเป็นการยกย่องอัจฉริยภาพของบิดาแห่งฟิสิกส์ชาวอิตาลีผู้นี้ ผู้ซึ่งเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณอันนำมาซึ่งสุดยอดวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสะท้อนถึงพันธกิจของพาเนรายในการมุ่งมั่นพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคนิคอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง โดยผลงานขนาดใหญ่ชิ้นนี้ ซึ่งจัดแสดง ณ งาน Watches and Wonders 2025 มีความกว้าง 75 ซม. สูง 86 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 110 กก. ได้ถ่ายทอดการเคลื่อนที่อันน่าทึ่งของวัตถุท้องฟ้า ซึ่งมนุษยชาติได้รู้จักสิ่งเหล่านี้จากความรู้ที่กาลิเลโอเป็นผู้ค้นพบ

“ การนำ Jupiterium มาสู่งาน Watches and Wonders 2025 ถือเป็นความภาคภูมิใจของ Panerai ผลงานชิ้นเอกทางดาราศาสตร์ชิ้นนี้มีกลไกอันแสนซับซ้อน ตั้งแต่การถ่ายทอดการเคลื่อนไหวของวัตถุท้องฟ้าอย่างแม่นยำ ไปจนถึงกลไกสิทธิบัตรอย่างกลไก retrograde หรือระบบเดินเข็มนาฬิกาแบบย้อนกลับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเชิงลึกของเรา นี่คือการยกย่องมนุษยชาติและการค้นพบต่าง ๆ ของเรา อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศและความหลงใหลของ Panerai ในการสร้างสรรค์นาฬิกาที่จะผลักดันให้โลกแห่งเรือนเวลานั้นก้าวล้ำยิ่งขึ้นไป ”  Jean-Marc Pontroué CEO ของ Panerai กล่าว

ในปี ค.ศ. 1610 การสังเกตการณ์ของ Galileo นำมาซึ่งหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล นับเป็นการท้าทายแนวคิดที่ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของเอกภพซึ่งมีมาอย่างยาวนาน Galileo ได้ค้นพบดาวบริวารสี่ดวงที่โคจรรอบดาวพฤหัสบดีด้วยกล้องโทรทรรศน์ (telescope) ของเขา ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ ดวงจันทร์กาลิเลียน ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต โดย Jupiterium ถือกำเนิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากการค้นพบนี้และสร้างขึ้นเพื่อนำเสนอทัศนะของนักดาราศาสตร์ที่เชื่อในแนวคิดแบบเอกภพที่โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

Panerai Jupiterium Panerai Jupiterium
Panerai Jupiterium Panerai Jupiterium

จึงได้นำโลกมาไว้ที่จุดศูนย์กลางของจักรวาลทรงกลม และให้วัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ โคจรรอบโลก นาฬิกาเรือนนี้จะแสดงการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวพฤหัสบดี รวมถึงดวงจันทร์บริวารทั้งสี่ของดาวพฤหัสบดี กลไกการโคจรขับเคลื่อนด้วยระบบขึ้นลานด้วยมือ พร้อมระบบปฏิทินถาวรที่แสดงผลแนวระนาบ ซึ่งควบคุมการเคลื่อนไหวของวัตถุท้องฟ้าแบบเรียลไทม์ กลไกนี้ประกอบด้วยกระปุกลานแปดตัว แต่ละกระปุกลานติดตั้งสปริงที่มีความยาว 4 เมตร รวมความยาวทั้งหมดเป็น 32 เมตร ซึ่งสปริงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบพลังงานสำรองที่สามารถทำงานได้ยาวนานถึง 40 วัน ส่งพลังงานต่อเนื่องเพื่อให้กลไกอันซับซ้อนของนาฬิกาทำงานได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ พร้อมจักรกรอกที่ทำงานด้วยความถี่ 18,000 ครั้งต่อชั่วโมง

Panerai Jupiterium Panerai Jupiterium
Panerai Jupiterium Panerai Jupiterium

กลไกปฏิทินถาวรของ Panerai ไม่จำเป็นต้องปรับตั้งใดๆ จนกว่าจะถึงปี ค.ศ. 2099 และสามารถแสดงวัน วันที่ เดือน และปีได้อย่างแม่นยำ โดยจะปรับอัตโนมัติตามจำนวนวันของแต่ละเดือน รวมถึงปีอธิกสุรทินที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบยังสามารถทำงานได้ยาวนานถึงปี ค.ศ. 9999 โดยในหนึ่งศตวรรษ Jupiterium ถึงจะต้องการการดูแลจากช่างนาฬิกาสักครั้ง เพื่อถอดบริดจ์และหมุนแผ่นดิสก์แสดงหลักร้อยไปที่ตำแหน่ง 90° องศา เพื่อให้นาฬิกายังคงคำนวณปีต่อๆไปได้อย่างถูกต้อง

Jupiterium ทรงกลม ประกอบด้วยสองซีกโลก คือซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ เชื่อมต่อกันด้วยแถบที่เป็นสัญลักษณ์ของเส้นศูนย์สูตรโลก สลักสัญลักษณ์จักรราศีทั้ง 12 ราศีไว้ โดยจะหมุนครบหนึ่งรอบในทุก 23 ชั่วโมง 56 นาที 4 วินาที ซึ่งเท่ากับหนึ่งวันตามระบบดาราคติ สำหรับ Jupiterium ของ Panerai ได้จัดวางประเทศอิตาลีให้โดดเด่นอยู่ตรงกลางแบบจำลองโลกทรงกลมสีน้ำเงิน โดยเมื่อมองจากด้านหน้า อิตาลีจะอยู่ในตำแหน่งที่หันออกด้านนอกโดยตรง ทำให้สามารถมองเห็นอิตาลีได้อย่างชัดเจนจากมุมมองของโลก การจัดวางนี้เป็นหนึ่งในแนวคิดการออกแบบของ Jupiterium ที่สะท้อนมุมมองของ Galileo เพื่อเป็นเกียรติแก่การค้นพบของเขาที่มีอิทธิพลต่อวงการดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และยังถ่ายทอดมรดกความเป็นอิตาลีของเมซงอีกด้วย

ฟังก์ชัน Retrograde ใน Jupiterium เป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากสำหรับศาสตร์แห่งการแสดงเวลา ซึ่งใช้จำลองการเคลื่อนที่แบบ ” ถอยหลัง ” ของดาวเคราะห์เมื่อมองจากโลก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Retrogradation เกิดขึ้นเมื่อดาวเคราะห์ดูเหมือนจะเคลื่อนที่ถอยหลัง โดยมีเหล่าดวงดาวเป็นพื้นหลัง เนื่องจากตำแหน่งและการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ระหว่างโลกและดาวเคราะห์แต่ละดวงนั้นแตกต่างกันตามวงโคจร และเพื่อเป็นการจำลองการเคลื่อนที่แบบถอยหลังนี้ โดยเฉพาะสำหรับดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวาร Panerai ได้พัฒนากลไกสิทธิบัตร ซึ่งถ่ายทอดการเคลื่อนที่ของดาวพฤหัสบดีได้อย่างสมจริง แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ดาวพฤหัสบดีดูเหมือนจะชะลอตัวลง เคลื่อนที่ถอยหลัง แล้วกลับมาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอีกครั้ง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากโลกเคลื่อนที่แซงหน้าวงโคจรของดาวพฤหัสบดี กลไกที่ซับซ้อนนี้ทำงานผ่านระบบเฟืองและการถ่วงสมดุลที่ควบคุมตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของวัตถุท้องฟ้า กลไกที่มีความแม่นยำขั้นสูงนี้ช่วยให้ Jupiterium สามารถแสดงการเคลื่อนที่แบบ Retrograde ได้อย่างถูกต้อง ทั้งในแง่ของเทคนิคชั้นสูงและความสมจริงทางดาราศาสตร์

Panerai Jupiterium

จักรวาลแห่งนี้ พร้อมด้วยกลุ่มดาวหมุนเวียนเคลื่อนที่ไปตามที่มองเห็นจากโลก ด้วยกลไกที่ประกอบขึ้นอย่างประณีตด้วยชิ้นส่วนถึง 1,650 ชิ้น ส่วนใหญ่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ช่วยเรื่องความเบาของน้ำหนักโดยรวมและยังทำให้กลไก อันซับซ้อนนั้นแข็งแรงทนทาน

Panerai JupiteriumPanerai Jupiterium

Jupiterium บรรจุภายในกล่องกระจก บนฐานไม้มะฮอกกานี ขนาด 75 x 86 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 110 กิโลกรัม หน้าปัดหลักของนาฬิกาอยู่บริเวณด้านล่างของจักรวาลทรงกลมโดยพื้นหน้าปัดสีดำตกแต่งด้วยหลักชั่วโมงแบบแท่ง และตัวเลขอารบิกเรืองแสงขนาดใหญ่ ที่ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา เพื่อให้สามารถอ่านค่าได้ง่ายแม้ในสภาวะแสงน้อย เข็มชั่วโมง นาที และวินาทีเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านค่าในความมืด

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันแสดงค่าสำคัญ เช่น แสดงค่า AM/PM และมาตรแสดงพลังงานสำรองแบบเส้นตรง พร้อมสลักคำว่า ‘40 giorni’ (40 วัน) บริเวณขอบหน้าปัดแกะสลักชื่อ ‘Jupiterium’ ขณะที่กลไกของนาฬิกาสลักเป็นภาษาอิตาเลียนว่า ‘Calendario Perpetuo’  ซึ่งหมายถึงปฏิทินถาวร โดยแสดง วัน วันที่ เดือน และปี ในรูปแบบการแสดงผลแบบเรียงเป็นระนาบตรง

Panerai Jupiterium

นาฬิกาจักรวาลอันงามสง่าเรือนนี้รวบรวมคุณสมบัติทางเทคนิคอันโดดเด่นของ Panerai ที่จัดแสดงในงาน Watches and Wonders 2025 ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยระบบพลังงานสำรองที่ยาวนานเป็นพิเศษและกลไกปฏิทินถาวรอันซับซ้อน Jupiterium ก้าวข้ามขีดจำกัดของศาสตร์แห่งการบอกเวลาแบบดั้งเดิม โดยนำนวัตกรรมเหล่านี้มาสร้างสรรค์ให้เป็นผลงานศิลปะเชิงสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง ที่จะสร้างแรงบันดาลใจและความอัศจรรย์ใจให้แก่ผู้ชมด้วยเสน่ห์แห่งจักรวาลที่ยังคงเต็มไปด้วยปริศนาและความพิศวงที่รอการค้นพบ

Panerai Jupiterium

รายละเอียดทางเทคนิค : Panerai Jupiterium

  • กลไก: กลไกขึ้นลานด้วยมือ ความถี่ 18,000 ครั้งต่อชั่วโมง บาร์เรลสปริงแปดตัว ประกอบด้วยชิ้นส่วน 1,650 ชิ้น และทับทิมจักรกรอก 97 เม็ด
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที หน้าปัดย่อยแสดงวินาที ไทม์โซนที่สอง และมาตรแสดงพลังงานสำรอง ระบบปฏิทินถาวร และแสดงการโคจรของวัตถุท้องฟ้ารอบโลก
  • พลังงานสำรอง: 40 วัน
  • วัสดุ: กลไกการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ทำจากไทเทเนียม ดาวเคราะห์ทำจากพอลิเมอร์เคลือบด้วย Super-LumiNova® จักรวาลทรงกลมโปร่งใสแสดงกลุ่มดาวด้วย Super-LumiNova® วงแหวนตรงกลางทำจากไทเทเนียม โครงสร้างภายนอกทำจากอะลูมิเนียมสีดำ พร้อมคริสตัลป้องกันแสงสะท้อน ฐานทำจากไม้สักมะฮอกกานีเคลือบสีดำ