Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009 ความดุดันแห่งพญาราชสีห์

0

นอกจากรุ่น 3 เข็มที่มีการประดับด้วยเพชรเพิ่มความสวยงามแล้ว ทาง Grand Seiko ยังเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับนาฬิกาที่มาจากภายใต้แนวคิดของ Tokyo Lion ด้วยเวอร์ชันสปอร์ตแบบใหม่กับรุ่น Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009 บนตัวเรือน 43 มิลลิเมตรผลิตด้วยวัสดุอย่าง Brilliant Hard Titanium และมาพร้อมกลไก 9SC5 เป็น Tentagraph Calibre เดินด้วยความถี่ 10 ครั้ง/วินาที สำรองกำลังงาน 3 วัน และมีระบบจับเวลา

- Advertisement -

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009 ความดุดันแห่งพญาราชสีห์

  • ดีไซน์ใหม่ในแนวคิด Tokyo Lion ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2019

  • ตัวเรือน 43 มิลลิเมตรผลิตด้วยวัสดุอย่าง Brilliant Hard Titanium

  • กลไก 9SC5 เป็น Tentagraph Calibre เดินด้วยความถี่ 10 ครั้ง/วินาที สำรองกำลังงาน 3 วัน และมีระบบจับเวลา

นาฬิกาในดีไซน์ที่อยู่ภายใต้แนวคิดของ Tokyo Lion ใน Sport Collection ของ Grand Seiko เป็นอะไรที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจในแง่ของดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว แข็งแกร่งและทรงพลัง ซึ่งแตกต่างจากนาฬิการุ่นอื่นๆ ของแบรนด์ และในงาน Watches and Wonders 2025 ทาง Grand Seiko ได้เปิดตัวทางเลือกใหม่สุดสปอร์ตในชื่อว่า Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009 ซึ่งเป็นนาฬิกาจับเวลาบนพื้นฐานของกลไกจักรกลแบบ Tentagraph และจะเริ่มทำตลาดในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009

จุดเริ่มต้นของแนวคิดดีไซน์ที่เรียกว่า Tokyo Lion นั้น มีมาตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการสะท้อนถึงตราสัญลักษณ์ (Emblem) ของแบรนด์ที่ถูกใช้มานานตั้งแต่ปี 1960 สิ่งที่โดดเด่นและสะดุดตาคือ ดีไซน์ ซึ่งมากับความสปอร์ตที่เน้นสันเหลี่ยมของเส้นสายบนตัวเรือนซึ่งนั่นทำให้นาฬิกาจาก Tokyo Lion ได้รับการจดจำและมีความสวยสะดุดตา

สำหรับสัญลักษณ์สิงโต สะท้อนถึงเป้าหมายดั้งเดิมของทีมงาน Grand Seiko ที่ต้องการสร้างนาฬิกาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งในแง่ของความแม่นยำ ความทนทาน และความสวยงาม นาฬิการุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยสืบสานสัญลักษณ์สิงโตไปพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแก่นแท้แห่งนาฬิกาสปอร์ตของ Grand Seiko

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009

 Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009 เรือนนี้มีความพิเศษที่นอกเหนือจากดีไซน์แล้ว ต้องบอกว่าตัวกลไกเองก็มีความโดดเด่น แต่มาดูที่ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตรกันก่อน ซึ่ง Grand Seiko เผยว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการนำวัสดุอย่าง Brilliant Hard Titanium มาใช้กับนาฬิกาในกลุ่ม Sport Collection ของแบรนด์ โดยโลหะผสมชนิดนี้มีความสว่างกว่าไทเทเนียมทั่วไปซึ่งทำให้พื้นผิวตัวเรือนทั้งที่ถูกขัดให้เกิดลายเส้นแบบแฮร์ไลน์ และถูกขัดเงาด้วยเทคนิคซารัตสึ ดูเปล่งประกายได้มากขึ้นซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับดีไซน์ในภาพรวม

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009 Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009

Brilliant Hard Titaniumไม่เพียงแต่ทำให้นาฬิการุ่นนี้มีน้ำหนักเบาเท่านั้น แต่ยังมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและรอยขีดข่วนได้ดีอีกด้วย โดยมีความแข็งของพื้นผิวเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับสเตนเลสสตีลเกรดมาตรฐาน

ฝาหลังที่มีความโค้งเล็กน้อยนำมาซึ่งลักษณะตามหลัก สรีรศาสตร์ และทำให้โอบรับข้อมือได้ดียิ่งขึ้น สอดรับกับสายยางที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ มีความแข็งแรงกว่าสายซิลิโคนของ Grand Seiko ถึงเกือบ 2.7 เท่า สายยางนี้ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อใช้กับนาฬิการุ่นนี้โดยเฉพาะ ซึ่งด้านในของสายมีลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอุ้งเท้าของสิงโต

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009

งานดีไซน์ตามแนวทางของ Tokyo Lion ถูกสะท้อนผ่านเส้นสายที่อยู่บนตัวเรือน ขณะที่บนหน้าปัดเองที่มากับสีน้ำตาลอ่อนพร้อมกับลายแนวนอน เปรียบเสมือนกับแผงคอของพญาราชสีห์ที่กำลังโบกสะบัดตามสายลม มีการจัดวางหน้าปัดย่อยของระบบจับเวลาในตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกา ซึ่งในส่วนของหน้าปัดย่อยที่เกี่ยวข้องกับการจับเวลาจะมากับพื้นสีดำ และเข็มวินาทีสีแดง ซึ่งก็คือตำแหน่ง 6 และ 9 ส่วนหน้าปัด 3 นาฬิกาเป็นหน้าปัดของเข็มวินาทีในระบบเวลาหลัก ซึ่งมากับสีน้ำตาลเฉดเดียวกับพื้นหน้าปัดหลัก

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009

มาดูที่หัวใจหลักของการขับเคลื่อน ซึ่งก็คือ กลไกอัตโนมัติ 9SC5 เป็นTentagraph Calibre ซึ่งเป็นคำย่อที่อธิบายคุณสมบัติหลักของนาฬิกาและกลไก 9SC5 ที่ มีความถี่ 10 ครั้งต่อวินาที สำรองพลังงานได้ 3 วัน ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและมีฟังก์ชั่นจับเวลา Chronograph

 ดังนั้น กลไกนี้จึงมีความถี่สูงในระดับ 10 ครั้งต่อวินาที Dual Pulse Escapement ทำงานอย่างต่อเนื่องและช่วยประหยัดกำลังงาน ซึ่งเมื่อบวกกับตลับลานที่มีอยู่ 2 ชุด ทำให้กลไกนี้มีกำลังสำรอง 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน

ส่วนระบบจับเวลา Chronograph ยังมีความแม่นยำและเที่ยงตรงสูงในเรื่องของการจับเวลา และการบอกเวลา ซึ่งในระบบจับเวลามากับ Vertical Clutch หรือ คลัตช์แนวตั้ง และ Column Wheel โดยคลัตช์แนวตั้งจะช่วยขจัดอาการสั่นหรือการกระโดดของเข็มจับเวลาเมื่อใช้งานกลไกจับเวลา และเพิ่มความแม่นยำในการจับเวลา ขณะที่ Column Wheel ช่วยทำให้ควบคุมการทำงานของกลไกจับเวลาได้อย่างแม่นยำ กลไกนี้ใช้ค้อนแบบสามแฉกที่ช่วยให้มั่นใจว่าเมื่อกดปุ่มรีเซ็ต เข็มจับเวลาจะกลับสู่ตำแหน่งศูนย์ในทันทีโดยเป็นการประสานการทำงานกันอย่างสมบูรณ์แบบ

กลไก Tentagraph แต่ละเครื่องยังผ่านการทดสอบเป็นเวลา 20 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานกว่าการทดสอบกลไกจักรกลของ Grand Seiko โดยส่วนใหญ่ถึง 3 วัน เพื่อให้มั่นใจว่ากลไกจะทำงานด้วยความแม่นยำตามมาตรฐาน Grand Seiko Standard ซึ่งอยู่ที่ +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน แม้ในขณะที่กลไกจับเวลากำลังทำงานอยู่ก็ตาม

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009

Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009 มีราคาอยู่ที่ 615,000 บาท และจะเริ่มจำหน่ายผ่านทาง Grand Seiko Boutique ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

รายละเอียดทางเทคนิค : Grand Seiko Tokyo Lion Tentagraph SLGC009

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง : 43 มิลลิเมตร
  • ความหนา : 15.6 มิลลิเมตร
  • วัสดุตัวเรือน : Brilliant Hard Titanium
  • กระจก : Saphhire ทรงขอบยกสูง เคลือบสารกันการสะท้อนแสงด้านใน
  • กลไก : อัตโนมัติรหัส 9SC5 พร้อมฟังก์ชั่นจับเวลา Chronograph
  • ความถี่ : 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง หรือ 10 ครั้งต่อวินาทีความเที่ยงตรง : +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน
  • กำลังสำรอง : 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน
  • การกันสนามแม่เหล็ก : 4,800 แอมป์/เมตร
  • การกันน้ำ : 200 เมตร